ขั้นตอนการจัดทำเว็บไซต์

ขั้นตอนการจัดทำเว็บไซต์

การดูบทความเบื้องต้น หัวข้อสีน้ำแดง หมายถึง ผู้ว่าจ้างงานหัวข้อสีน้ำเงิน หมายถึง บริษัท MakeZone ขั้นตอนเตรียมข้อมูล 1. เตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการจัดทำเว็บ ชื่อเว็บไซต์ (Domain Name) รูปแบบเว็บไซต์ที่ต้องการ หัวข้อของเมนู รูปภาพประกอบ ร่างแบบเว็บไซต์(ถ้ามี) สิ่งต่างๆเหล่านี้ ช่วยให้การประสานงานทั้งสองฝ่ายทำกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ผู้ว่าจ้าง สามารถเตรียมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเตรียมได้ จากนั้นส่งกลับให้ทาง ผู้รับจ้าง 2. ตรวจข้อมูล ผู้รับจ้าง ทำการตรวจข้อมูลที่จะใช้ในการทำเว็บไซต์ พร้อมกับดราฟข้อมูลคร่าวๆให้ ผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบก่อนที่จะเริ่มงาน แจ้งราคาและจัดส่งใบเสนอราคาโดยประมาณให้รับทราบ 3. ตกลงให้เริ่มงาน เมื่อ ผู้ว่าจ้างตกลงให้ทาง ผู้รับจ้าง เริ่มงาน ทาง ผู้ว่าจ้าง ดำเนินการเซ็นเอกสารต่างๆและชำระเงินงวดที่ 1 จากนั้นแจ้งให้ ผู้รับจ้าง รับทราบและเริ่มงานได้ทันที 4. เริ่มงาน ผู้รับจ้าง ดำเนินการ ออกใบเสร็จรับเงินงวดที่ 1, จดโดเมน, เปิดโฮสติ้ง และเริ่มดำเนินการ ออกแบบเว็บไซต์ (Mockup-ม็อคอัพ) ออกแบบเว็บไซต์ 1. ออกแบบเว็บไซต์ ผู้รับจ้าง ออกใบเสร็จรับเงินให้ทาง ผู้ว่าจ้างและเริ่มดำเนินการ ออกแบบเว็บไซต์ (Mockup-ม็อคอัพ) ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 7 วัน 2. ตรวจงานออกแบบเว็บไซต์ ผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบแบบเว็บไซต์ที่ทาง ผู้รับจ้าง ออกแบบมา และทำการแจ้งปรับบางส่วนหรือหลายๆส่วนที่ไม่ถูกต้องให้กับทาง ผู้รับจ้าง นำไปแก้ไข (โดยปกติจะมีการปรับแก้กันราวๆ 1-5 รอบ) 3. แก้ไขงานและจัดทำใบแจ้งหนี้งวดที่ 2 ผู้รับจ้าง แก้ไขงานออกแบบเพิ่มเติม (อาจจะมีการแก้มากกว่า 1 รอบ) เมื่อแก้ไขจนสมบูรณ์แล้ว จัดทำใบแจ้งหนี้งวดที่ 2 และจัดส่งให้กับทาง ผู้ว่าจ้าง 4. ตกลงให้เริ่มเขียนเว็บไซต์ ผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบแบบเว็บไซต์ที่สมบูรณ์แล้ว และทำการชำระเงินงวดที่ 2 จากนั้นแจ้งให้ ผู้รับจ้าง รับทราบและเริ่มดำเนินการเขียนเว็บไซต์ได้ทันที * ซึ่งเมื่อจบขั้นตอนนี้แล้ว ผู้ว่าจ้าง ไม่สามารถแก้ไขงานได้อีกจนกระทั่งดำเนินการเขียนเว็บไซต์จนเสร็จสิ้น 5. เขียนเว็บไซต์ ผู้รับจ้าง ดำเนินการ ออกใบเสร็จรับเงินงวดที่ 2 และ ดำเนินการเขียนเว็บไซต์ ดำเนินการเขียนเว็บไซต์ 1. เขียนเว็บไซต์ ผู้รับจ้างดำเนินการเขียนเว็บไซต์ ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 7 วัน (หรือแล้วแต่ตกลงตามปริมาณงาน) จากนั้นแจ้งส่งงานให้กับทาง ผู้ว่าจ้าง ตรวจรับงาน 1. ตรวจเว็บไซต์ ผู้ว่าจ้าง ตรวจงานเว็บไซต์ แจ้งปรับแก้ไขข้อมูลที่ขาดตกบกพร่องหรือผิดพลาด (ไม่สามารถแจ้งปรับแก้ไขโครงสร้างเว็บไซต์) 2. แก้ไขข้อมูลและจัดทำใบแจ้งหนี้งวดที่ 3 ผู้รับจ้าง ดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ขาดตกบกพร่องหรือผิดพลาด และออกใบแจ้งหนี้งวดที่ 3 3. ตรวจรับงานขั้นตอนสุดท้าย ผู้ว่าจ้าง ตรวจงานรับงานเว็บไซต์ที่สมบูรณ์ จากนั้นทำการชำระเงินงวดที่ 3 พร้อมกับแจ้ง ผู้รับจ้าง ให้ทราบ 4. แก้ไขข้อมูลและจัดทำใบแจ้งหนี้งวดที่ 3 ผู้รับจ้าง ดำเนินการ ออกใบเสร็จรับเงินงวดที่ 3, เปิดเว็บไซต์ให้ใช้งานได้จริง, จัดส่งรหัสผ่านในการเข้าปรับปรุงเว็บไซต์ และ บริการดูแลเว็บไซต์ตลอดจนครบ 1 ปี(นับจากวันที่จดโดเมน) การดูแลเว็บไซต์ภายใน 1 ปี 1. แจ้งปรับแก้ไขข้อมูล ผู้ว่าจ้าง แจ้งปรับแก้ไขข้อมูลภายในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ หรือ รูปภาพ ได้เดือนละ 1 ครั้ง* ข้อความและรูปภาพ ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้จัดเตรียม(หรือตามที่ได้ตกลงกัน) 2. ดำเนินการปรับแก้ไขข้อมูล ผู้รับจ้าง ดำเนินการปรับแก้ไขข้อมูลให้ภายในไม่เกิน 7 วัน และแจ้งกลับให้ทาง ผู้ว่าจ้าง รับทราบ การต่ออายุบริการ ก่อนครบ 1 ปี 1. แจ้งเตือนชำระค่าบริการ เมื่อระยะเวลาบริการผ่านมาถึงเดือนที่ 11 ทาง ผู้รับจ้าง จะมีการแจ้งเตือน ผู้ว่าจ้าง ให้รับทราบถึงวันหมดรอบบริการ

เริ่มต้น เตรียมความพร้อมก่อนทำเว็บไซต์

เริ่มต้น เตรียมความพร้อมก่อนทำเว็บไซต์

เมื่อท่านต้องการทำเว็บไซต์ ประเด็นที่สำคัญที่สุดของการทำเว็บไซต์ คือ เว็บไซต์จะเสร็จหรือไม่ ท่านสามารถสำรวจตัวท่านเองก่อนได้ว่า ณ ตอนนั้นๆสามารถเริ่มทำเว็บไซต์และทำไปจนเสร็จได้หรือไม่ โดยมีหลักการณ์ดังต่อไปนี้ มีตัวอย่างหรือรูปแบบเว็บไซต์ ที่ท่านต้องการ โดยท่านสามารถเลือกตัวอย่างเว็บไซต์ทั่วๆไปเป็นต้นแบบ หรือจะเลือกตัวอย่างเว็บไซต์จากเทมเพลตที่ทางเราได้จัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ซึ่งการมีต้นแบบจะช่วยให้ ผู้ว่าจ้างและผู้จัดทำ ได้มองเห็นเว็บไซต์ไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยให้ง่ายต่อการอธิบายความต้องการและง่ายต่อการดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ มีข้อมูลที่มากเพียงพอในการจัดทำเว็บในแต่ละหน้า โดยผู้ว่าจ้างควรจะจัดเตรียมข้อมูลของแต่ละหน้าเว็บไซต์ก่อนที่จะเริ่มการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ผู้รับจ้างสามารถประเมินความยากง่ายในแต่ละหน้า ซึ่งส่งผลต่อค่าจ้างในการทำเว็บไซต์อีกด้วย ผู้ว่าจ้าง เปรียบเทียบราคาของผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ในแต่ละที่ ประเมินความสามารถในการออกแแบบและจัดทำทำเว็บไซต์ จากผลงานที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง ก่อนที่จะเลือกตกลงทำเว็บไซต์กับผุ้รับจ้างเจ้าใดเจ้าหนึ่ง เพื่อช่วยให้ผู้ว่าจ้างได้งานที่ถูกใจมากที่สุด และผู้รับจ้างสามารถปิดงานได้โดยไม่มีปัญหากันในภายหลัง เมื่อท่านทราบถึงหลักการณ์ในการเตรียมความพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มทำการเตรียมข้อมูลให้พร้อมเพื่อเริ่มทำเว็บไซต์ เริ่มต้นที่ท่านจะต้องหาตัวอย่างเว็บไซต์ที่ชอบ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ ซึ่งปกติอาจจะใช้ 1-3 เว็บในการเป็นต้นแบบก็ได้ ซึ่งจะมี 2 แบบในการหาคือ 1. การเลือกจากเว็บไซต์ทั่วๆไป หรือ 2. การเลือกจากเทมเพลต โดยวิธีการแรกให้เลือกจากเว็บไซต์ทั่วไป ให้ใช้วิธีการค้นหาจาก google.co.th และคำค้นหาที่ใช้ก็คืองานที่ท่านกำลังทำอยู่นั่นเอง (เช่น ท่านขายกระเป๋าแฟชั่น ก็ค้นหาคำว่า กระเป๋าแฟชั่น เป็นต้น) วิธีการที่สอง เลือกจากเว็บเทมเพลตที่ให้บริการอยู่แล้ว เช่น themeforest.net, templatemonster.com ซึ่งมีต้นแบบให้เลือกมากกว่าหมื่นแบบ แบ่งตามหมวดหมู่และมีตัวกรองสีที่ต้องการด้วยครับ ขั้นตอนต่อมา จัดเตรียมข้อมูลประกอบการทำเว็บไซต์ การจัดเตรียมข้อมูลนี้ ให้เริ่มที่รายการเมนูของเว็บไซต์ เพราะเมนูจะเป็นทางเข้าไปสู่หน้าต่างๆภายในเว็บไซต์ ซึ่งจะต้องลิสรายการเมนูหลัก และเมนูย่อยต่างๆ ให้เรียบร้อย หลังจากนั้น ก็เขียนข้อมูลประกอบลงไปในแต่ละเมนูพร้อมภาพประกอบเท่าที่จะหาได้ หรือ หากท่านเคยทำใบโบรชัวร์ ก็สามารถใช้ประกอบการทำเว็บได้ด้วย

ขึ้นหน้าแรก ทำอย่างไร ?

ขึ้นหน้าแรก ทำอย่างไร ?

การที่จะทำให้ชื่อเว็บไซต์ของเราไปอยู่หน้าของ Google ได้นั้นมีอยู่ 2 วิธี ดังนี้ี้ ทำ SEO ทำ Adwords 1. ทำ SEO SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์เพื่อให้ Search Engine ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์เรามากยิ่งๆขึ้น ซึ่งในทีนี้ ก็คือการทำให้ Google เห็นเว็บไซต์เรามีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพื่อที่ว่าเมื่อมีการค้นหาคำใดๆที่เราทำไว้ เว็บไซต์เราก็จะขึ้นมาแสดงในหน้าแรกๆ การทำ SEO ของ Google มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ และยังเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตการที่จะทำ SEO ให้เว็บไซต์ขึ้นหน้าหนึ่ง อาจจะเพียงแค่เอาลิงค์ของเว็บไซต์ไปแปะตามที่ต่างๆให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างทราฟฟิค (Traffic) หรือจำนวนการเข้าถึงเว็บไซต์ แบบนี้ก็เพียงพอต่อการขึ้นหน้าหนึ่งได้แล้ว ซึ่งในปัจจุบันการทำ SEO ได้ต่างออกไปมาก เนื่องจากทาง Google เองไม่ได้มองเพียงเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว แต่จะมองหลายๆสิ่งอย่างประกอบกัน ทำให้การทำ SEO ณ ปัจจุบัน ทำได้ยากขึ้น เรื่องของ SEO จะพุ่งประเด็นไปที่เรื่องของคำเป็นประเด็นหลัก (Keyword) เมื่อจะเริ่มทำ SEO หรือแม้แต่จะจ้างทำ SEO ก็จะต้องทำการกำหนด คำ ขึ้นมาก่อน เริ่มที่กรณีการทำ SEO ด้วยตัวเองแบบพื้นฐาน สิ่งที่ต้องทำจะมี 3 อย่าง คือ ภายในเว็บไซต์ ควรจะมีบทความหรือข้อมูล ที่ไม่เหมือนใคร และมีคำ(Keyword) ประกอบอยู่ในบทความนั้นๆด้วย โดยบทความควรจะมีการเพิ่มอยู่อย่างสม่ำเสมอ ลิงค์หรือข้อมูลในเว็บไซต์ ควรจะไปปรากฎอยู่บนที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็น เว็บบอร์ด หรือแม้แต่ โซเซียลมีเดีย อย่าง เฟสบุ๊ค หรือ ทวีตเตอร์ ซึ่งการไปปรากฎควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุงเว็บไซต์ ให้รองรับกับ SEO เช่น ใส่ title บนเพจ, ใส่ title ที่ลิงค์ หรือ ใส่ alt ที่รูปภาพ เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ทั่วๆไปจะดำเนินการส่วนนี้ไว้ให้เรียบร้อยแล้วแต่ต้น โดยไม่ต้องแจ้งแต่อย่างใด ต่อมาในกรณีที่จ้างทำ SEO ก็จะขึ้นอยู่กับผู้รับทำ SEO ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ผู้ว่าจ้างเพียงแต่อำนวยความสะดวกให้ผู้รับจ้างเท่านั้น ซึ่งโดยปกติค่าจัดทำจะคิดต่อคำ และในแต่ละคำจะมีราคาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคำนั้นๆมีจำนวนผู้ทำ SEO มากน้อยแค่ไหน สรุปการทำ SEO จะเน้นความสม่ำเสมอเป็นสำคัญ เพราะฉนั้นแล้วถ้าทำ SEO ด้วยตัวเอง ก็จะต้องทำไปเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออันดับที่ยังคงอยู่และดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงถ้าหากจ้างทำ SEO เมื่อผู้รับบริการทำ SEO ทำสำเร็จตามตกลงแล้ว หากผู้รับบริการทำ SEO ไม่สามารถรับประกันว่าอันดับจะไม่ตกไปจากเดิม ถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วๆไป 2. ทำ Adwords Adwords หรือ Google Adwords คือ การจ่ายเงินเพื่อให้เว็บไซต์ไปอยู่ที่หน้าแรกของ Google เกี่ยวกับ Adwords เมื่อเตรียม คำ ที่จะใช้เป็นคำค้นหาแล้ว ก็ทำการกำหนดราคาของแต่ละคำ ว่าพร้อมจะจ่ายเท่าไหร่ต่อ 1 คลิก สมมุติว่ากำหนดคำว่า "รับทำเว็บ" ในราคา 1 บาทต่อคลิก ซึ่งถ้าหากคำๆนี้มีผู้อื่นกำหนดราคา ก็จะแสดงผลอันดับเรียงตามผู้ที่พร้อมจ่ายมากกว่า ขึ้นอันดับต้นๆ ซึ่งบริเวณแสดงโฆษณาบนสุดของ Google จะมีได้ 2-3 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่พร้อมจ่ายน้อยกว่า ก็จะไม่แสดงในลำดับต้นๆ จนกระทั่งผู้ที่พร้อมจ่ายมากกว่าจะหมดงบประมาณ ก็จะหยุดแสดงและนำผู้ที่พร้อมจ่ายมากกว่าในลำดับถัดไปมาแสดงในอันดับต้นๆ ทั้งหมดนี้จะเรียกว่า การประมูลคีย์เวิร์ด อธิบายเพิ่มเติม จากการที่ต้องแข่งกันประมูลคีย์เวิร์ด และคิดค่าใช้จ่ายเป็นต่อคลิก ทาง Google ช่วยป้องกันปัญหาจากการกลั่นแกล้งโดยการตรวจสอบตาม IP Address ให้แล้ว และนอกจากนี้ ในแต่ละวันก็ยังสามารถกำหนดงบประมาณที่พร้อมจ่ายโดยรวมได้อีกด้วย